06-การเรียนรู้อีกขั้น
ออร์คในฝูง มีมากกว่า 40 ตน กอปลินอีก 20 กว่าตัว
โครนไม่ได้สนใจพวกลูกสมุนเท่าแต่ก่อนแล้ว เพียงแค่มันตัวเดียวก็น่าจะทำลายหมู่บ้านได้ทั้งหลัง
แต่กับหมู่บ้านเอลฟ์นั้นไม่ได้ง่าย ภายในอาจมีเอลฟ์ที่ใช้เวทย์ได้เป็นจำนวนมาก ยิ่งพวกเอลฟ์รวมตัวกัน กำลังรบน่าจะทำให้ตึงมือได้ และนั่นอาจทำให้เอลฟ์สาวที่ควรจับได้ต้องตายลงหากโครนต้องทุ่มกำลังเต็มที่
น่าเสียดายเกินไป
โครนต้องการเอลฟ์สาวทั้งหมู่บ้านนั้น เพื่อมาเป็นเหยื่อกามให้มัน
หลังจากโครนข่มขืนพวกเธอต่อเนื่องมาอีก 5 วัน พลังเวทย์ของพวกเธอก็ฟื้นฟูได้ช้าลงกว่าเดิมมาก เช่นเดียวกับสติและพลังชีวิตของพวกเธอ
พลังเวทย์ที่แข็งแรง ขึ้นอยู่กับร่างกายและสติที่สมบูรณ์ นั่นคือสิ่งที่โครนรับรู้ได้
เอลฟ์สาวหนึ่งคนนั้นมีขอบเขตจำกัดสำหรับเรื่องนั้น
นั่นทำให้โครนต้องการเชลยสาวชาวเอลฟ์อีกอย่างน้อย 5 คน ไม่สิ 10 คน
หรือมากกว่านั้น จนกว่าโครนจะรับรู้ได้ว่าพลังเวทย์มนต์จะไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้อีก
โครนเริ่มฝึกใช้เวทย์มนต์ที่เริ่มพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
นอกจากเวทย์ทำลายล้างที่ทั้งแรงขึ้น แม่นยำขึ้น โครนก็เริ่มเรียนรู้เวทย์มนต์แบบอื่นอีก เช่น เวทย์ควบคุมสิ่งของ หรือเวทย์โจมตีที่เป็นระเบิดแบบวงกว้าง
เอลฟ์สาวที่เริ่มฟื้นตัว แต่พลังเวทย์ที่โครนดูดกินได้ กลับลดน้อยลงจนเกือบจะเหลือเท่ากับมนุษย์ผู้หญิงคนหนึ่ง โครนก็เลิกสนใจในการเสพกามกับเอลฟ์สาว และปล่อยให้ 1 ในพวกเธอกลายเป็นของเล่นให้กับเหล่าออร์คลูกสมุนแทน
ในคืนพระจันทร์เต็มดวง นั่นคือคืนแห่งการเฉลิมฉลอง
เนื้อสัตว์จำนวนมากถูกนำมาเป็นอาหารกองไว้ที่หน้าถ้ำ
ส่วนเหยื่อสาวชาวมนุษย์ทั้งหมด กับเอลฟ์สาวทั้ง 3 ถูกจับมาถึงพืดที่พื้นดินรอบๆกองอาหาร
ออร์คทั้งฝูงรุมขย้ำพวกเธออย่างบ้าคลั่ง ผลัดกับการกินอาหารตรงหน้าอย่างเมามัน เสียงกรีดร้องของพวกเธอดังไปทั่วป่า เช่นเดียวกับเสียงโห่ร้องอย่างหื่นกระหายของฝูงออร์คและกอปลิน
โครนนั่งอยู่ที่ยอดหินด้านบนสุดของถ้ำ มองไปยังปาร์ตี้เบื้องล่าง แล้วเบนสายตาไปยังทิศเหนือ
หมู่บ้านเอลฟ์แห่งนั้น
...
โครนที่แข็งแกร่งกว่าเดิมอย่างเทียบไม่ติด ออกเดินทางอีกครั้ง
หนนี้มันพาออร์คไปด้วยอีก 2 ตัว กับกอปลินอีก 2 ตัว เผื่อเอาไว้สำหรับงานจิปาถะหรืองานแบกหาม
โครนให้พวกมันตั้งแคมป์ง่ายๆที่ถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งอยู่นอกระยะตรวจสอบของหมู่บ้านเอลฟ์ แล้วโครนก็เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบไปยังหมู่บ้านเอลฟ์คนเดียว การมีสมุนไปด้วยจะทำให้ช้าและพวกเอลฟ์อาจตรวจจับได้ ไปคนเดียวดีกว่า
เป็นไปตามที่โครนคาดไว้
เอลฟ์ 5 คนหายไประหว่างภารกิจเมื่อ 10 วันที่แล้ว
พวกเอลฟ์น่าจะเจอศพเอลฟ์ชาย 2 คนที่ถูกทิ้งไว้ ส่วนเอลฟ์สาวทั้ง 3 ที่หายไป อาจจะเดาไปต่างๆนาๆ
พวกเอลฟ์ในหมู่บ้านเลยเพิ่มกำลังและหน่วยลาดตระเวนรอบหมู่บ้านมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แต่นั่นทำให้โครนยิ่งทำงานง่าย
ประสาทสัมผัสของโครนดีขึ้นกว่าก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด โครนรู้ตำแหน่งพวกเอลฟ์ทั้งหมดรอบๆตัว รวมถึงจุดที่น่าจะเป็นประตูทางเข้าหมู่บ้านของเอลฟ์ด้วย
โครนเห็นโอกาสที่สามารถฆ่าหรือลักพาตัวเอลฟ์สาวสักคนสองคนมาได้ง่ายๆ แต่รอบนี้โครนมาเพื่อสังเกตุการณ์เท่านั้น
โครนนับจำนวนหน่วยลาดตระเวนได้ 3 กลุ่ม กลุ่มละ 2-3 คน หน้าตาซ้ำ พวกนั้นน่าจะมีคนในกองลาดตระเวนไม่มาก รวมถึงหน่วยรบหรือกองกำลังต่อสู้ที่น่าจะไม่ใหญ่ คำนวณจากระยะทางที่พวกเอลฟ์ลาดตระเวนไปรอบๆพื้นที่ซึ่งน่าจะเป็นหมู่บ้าน ในนั้นน่าจะมีบ้านเล็กๆสัก 10-15 หลัง จำนวนของเอลฟ์ในนั้นน่าจะพอๆกันกับฝูงออร์คของโครน อาจจะมากกว่า แต่ไม่ต่างกันนัก
โครนตรวจสอบพื้นที่โดยรอบอีกสักพัก ก่อนจะถอนตัวกลับไปยังกลุ่มสมุนออร์คที่ทิ้งไว้นอกระยะ
โครนคิดแผนการณ์ใหม่ออก จึงเริ่มสั่งการณ์ทันที
...
โครนสั่งให้ออร์คกับกอปลิน เดินทางเป็นแนวเส้นทแยง ทำทีว่าผ่านเขตลาดตระเวนของเอลฟ์แบบไม่จงใจ เหมือนเป็นกลุ่มออร์คหลงฝูง แต่การเดินทางกับกอปลิน จะทำให้พวกเอลฟ์สงสัย ออร์คกับกอปลินไม่เคยรวมฝูงกันมาก่อน นั่นจะทำให้พวกเอลฟ์จับตาดูมากกว่าลงมือ
โครนคิดถูก
เอลฟ์หน่วยลาดตระเวน 2 หน่วย จำนวน 6 คนติดตามพวกสมุนออร์คไปห่างๆ
รอบหมู่บ้านจึงเหลือกลุ่มลาดตระเวนแค่ 2 กลุ่ม
กลุ่มแรกมี 3 คน
อีกกลุ่มมี 2 คน น่าจะเป็นคู่ผัวเมียกัน
นี่คือเป้าหมาย
โครนรอจังหวะไม่นาน เอลฟ์ผัวเมียก็ลาดตระเวนไปยังจุดลับตาจากแนวหิน นั่นคือจังหวะลงมือของโครน
มันพุ่งตัวไปด้วยความเร็วสูงสุด ที่เร็วจนแม้แต่เอลฟ์ก็ไม่ทันตั้งตัว หรือต่อให้รู้ตัวก็ป้องกันไว้ไม่ทัน
โครนอัดลำตัวเอลฟ์ทั้ง 2 แทบจะพร้อมกัน พวกนั้นกระเด็นไปทิศทางเดียวกันจนกระแทกกับหิน เอลฟ์สาวหมดสติทันที
ส่วนเอลฟ์ชายที่กระอักเลือด โครมพุ่งไปถึง ก็ทะลวงอกของเอลฟ์นั่น แล้วกระชากหัวใจออกมาทันที ก่อนจะเอาเข้าปาก กัดกินอย่างรวดเร็วก่อนที่ลมหายใจของเอลฟ์จะหลุดออกจากร่างด้วยซ้ำ
ทันทีที่ชิ้นเนื้อหัวใจนั้นไหลลงคอ พลังเวทย์ไหลทะลักเข้าสู่ร่างโครน มากกว่าการเสพสมกับเอลฟ์สาว 1 ตนตลอดทั้งวัน เร็วดี แต่ได้แค่ครั้งเดียว นั่นไม่มากพอ
โครนทดลองอีกครั้ง มันแทงนิ้วอาบพลังเวทย์ไปที่หน้าผากศพเอลฟ์ชาย กระชากเบาๆ หนังหัวก็แยกออก สมองเต้นตุบๆเบาๆเป็นสัญญาณสุดท้ายของชีวิต
โครมกัดสมองนั้นด้วยเขี้ยวแหลม ก่อนจะกระชากสมองนิ่มๆ กลืนลงคอไปอย่างง่ายดาย
พลังเวทย์เช่นกัน แต่บางอย่างที่แตกต่างออกไป ไม่ใช่ความทรงจำ แต่คล้ายกับประสบการณ์บางอย่างติดมาด้วย
เอลฟ์สาวตื่นขึ้น เธอส่งเสียงร้องทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า
โครนพุ่งตัวเข้ามาที่เธอ เอลฟ์สาวพูดอะไรบางอย่าง โครนแปลกใจ
มันเข้าใจภาษาเอลฟ์
ไม่ทุกคำ แต่มากพอจะรับรู้ถึงความหมาย
ส่วนใหญ่เป็นคำด่า โครนไม่สน มันบีบคอเธอไว้ แล้วใช้อีกมือกระชากเสื้อผ้าเธอออก ก่อนจะเริ่มต้นข่มขืนเธอตรงนั้น ข้างๆศพของเอลฟ์ชายที่ไม่มีมันสมองกับหัวใจ
เธอถูกอุดปากไว้ด้วยเศษผ้าของตัวเอง โครนข่มขืนเธอไปแล้ว 1 รอบ ก่อนจะเริ่มรอบที่ 2 ทันที
โครนได้ยินเสียงบางอย่าง อาจจะเป็นเสียงสัตว์ป่า แต่เพื่อความไม่ประมาท โครนตัดสินใจเคลื่อนที่
มันอัดเอลฟ์สาวจนสลบอีกครั้ง แล้วลากศพเอลฟ์ชายไปเป็นอาหาร พร้อมกับหิ้วร่างไร้สติของเอลฟ์สาวไปด้วยเพื่อเป็นเหยื่อกาม
มันสั่งพวกสมุนออร์คกับกอปลินให้เดินไกลออกไปจากหมู่บ้านเอลฟ์ พอพ้นระยะให้ก็ให้อ้อมไปทางขวา เลาะไปทางหมู่บ้านของมนุษย์ แล้วค่อยตัดลงมาทิศใต้เรื่อยๆ จนกว่าจะถึงระยะที่เลี้ยวกลับไปยังถ้ำของออร์คได้
แม้ว่าพวกเอลฟ์จะตัดสินใจฆ่าพวกออร์คกับกอปลินนั่น ก็ไม่เป็นไร ได้เหยื่อเอลฟ์สาวมาอีก 1 ถือว่าคุ้มค่าอยู่
แต่อีกไม่นานจะต้องรีบเตรียมพร้อมมากกว่านี้
เอลฟ์หายไปอีก 2 คน พวกเอลฟ์ไม่อยู่เฉยแน่ ยังไงพวกมันก็ต้องรู้ว่าออร์คกับกอปลินเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเอลฟ์ 7 คน
โครนเดินทางลงใต้ไปจนพ้นระยะตรวจสอบของเอลฟ์ มันจับเอลฟ์สาวมัดมือเท้าไว้จนแน่น แล้วเริ่มต้นชำแหละร่างเอลฟ์ชาย
นอกจากสมองกับหัวใจ อวัยวะส่วนอื่นๆไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรมากกว่าอิ่มท้อง ดูเหมือนพลังเวทย์ทั้งหมดจะถูกเก็บไว้ที่หัวใจกับสมอง
พอชิมอาหารจนอิ่ม โครนก็กลับมาที่เอลฟ์สาวซึ่งนอนร้องไห้ตลอดเวลาที่เห็นโครนชำแหละร่างเอลฟ์ชายเพื่อนของเธอ หรืออาจจะสามีหรือพี่น้อง
โครนไม่สน มันจับเธอนอนคว่ำหน้า แล้วเริ่มขย่มเอวทันทีที่ลำควยของมันถูกดันเข้าไปในร่างเธอ
...
(จบตอน)
Comments
Post a Comment