03-การสอดแนม

 เข้าสู่เดือนที่ 5

โครนมีร่างกายแข็งแรงกำยำ เหมือนชายหนุ่มอายุ 19-20 ปี สูง 2 เมตร มัดกล้ามเนื้อใหญ่โตและแข็งแรงสมส่วนขึ้นเรื่อยๆ ผิดกับออร์คส่วนใหญ่ ที่แม้จะมีกล้ามเนื้อมาก แต่ร่างกายก็ไม่ค่อยสง่างาม โครนนั้นมีรูปร่างกำยำ สูงใหญ่ และสง่างามยิ่งกว่าสิ่งมีชีวิตเพศชายตนใดในทวีป

ผิวหนังเป็นสีเทา ไม่คล้ำไปทางใดทางหนึ่ง เปล่งปลั่งและกระฉับกระเฉงด้วยพลังงานที่พลุ่งพล่านด้วยพลังเวทย์ภายในที่หาทางระเบิดออกมา

โครนรับรู้ได้ว่าพลังงานเวทย์เหล่านั้นสามารถปลดปล่อยออกมาได้ แต่ยังไม่รู้วิธีใช้

มันจึงต้องการสิ่งที่ไม่เคยมีออร์คตนใดเคยได้รับ

"ความรู้"

โครนออกคำสั่งให้กอปลินลาดตระเวนไปทั่วป่า จนสุดเขตป่าทางเหนือ ซึ่งเป็นดินแดนของหมู่บ้านเอลฟ์ป่าเล็กๆแห่งหนึ่ง

ที่นั่นได้รับการปกป้องจากเวทย์มนต์ของเอลฟ์เพื่อให้หมู่บ้านปลอดภัยจากออร์คหรือการรุกรานของมนุษย์

กอปลินระบุขอบเขตของกำแพงเวทย์มนต์ได้ กลับมารายงานโครน โครนจึงได้ออกคำสั่ง วางระบบในฝูงออร์ค ฝากให้ออร์คชาแมนสั่งการแทน และเดินทางไปยังขอบกำแพงเวทย์แห่งนั้นด้วยตัวคนเดียว

...

โครนเลือกตำแหน่งที่มีพลังเวทย์หนาแน่นที่สุด ซึ่งน่าจะเป็นประตูหรือทางเข้าออกหมู่บ้าน ซึ่งมันคิดถูก

หลังจากรอแค่ 2 วัน เอลฟ์กลุ่มเล็กๆก็เดินทางออกจากหมู่บ้าน กลุ่มประกอบไปด้วย เอลฟ์ชาย 2 คน เอลฟ์หญิง 3 คน แต่งกายด้วยชุดทะมัดทะแมง ไม่มีกระเป๋าหรือสิ่งของใดนอกจากอาวุธคนละ 1-2 ชิ้น ดูท่าทางคล้ายกลุ่มลาดตระเวนมากกว่าจะไปทำภารกิจ

เอลฟ์ชายมีดาบคนละ 1 เล่ม เอลฟ์หญิง 2 คนมีธนูกับคันศรในถุงสะพาย น่าจะประมาณ 20 ดอก เอลฟ์หญิงคนสุดท้ายมีคฑาเป็นอาวุธ นั่นน่าจะเป็นเอลฟ์นักเวทย์ แต่ตอนนั้นโครนไม่รู้ และทางเลือกเดียวคือการ "สอดแนม" โครนต้องการเรียนรู้สิ่งที่ออร์คไม่เคยรู้มาก่อน

มันเว้นระยะห่างและติดตามกลุ่มของเอลฟ์ไปอย่างเงียบเชียบ ปกติเอลฟ์จะมีหูที่ดีกว่ามนุษย์ทั่วไปมาก แต่ก็ไม่เท่าสัตว์ป่า ซึ่งออร์คนั้นใกล้เคียงสัตว์ป่ามากกว่า โครนจึงทำได้ดีกว่าออร์คทั่วไปมากจนเอลฟ์ไม่สงสัย

เพราะหากเป็นออร์คสักตัวหรือกลุ่มนึงเข้ามาใกล้ เสียงฝีเท้าของออร์คเหล่านั้นจะทำให้เอลฟ์รับรู้ได้ก่อนออร์คจะมองเห็นพวกเอลฟ์เสียอีก

แต่กับโครนนั้นไม่ใช่ โครนได้ฝึกฝนการพรางตัวเยี่ยงสัตว์ป่าที่เงียบเชียบที่สุด แม้แต่การล่าสัตว์ที่ว่องไวที่สุดในป่าที่เงียบที่สุด โครนก็ทำสำเร็จมาแล้ว

การเร้นกายสอดแนมของโครนจึงดีเกินกว่าที่เอลฟ์จะมองว่าเป็นภัยอันตรายมากนัก

.

หลังจากกลุ่มเอลฟ์เดินทางไปได้ครึ่งวัน ก็หยุดพัก ตั้งแคมป์เล็กๆ กินอาหารที่เตรียมมาเล็กน้อย แล้วออกเดินทางต่อ

เส้นทางการเดินทางนั้นเป็นเส้นตรง เป้าหมายที่คิดว่าเป็นการลาดตระเวนจึงเปลี่ยนไปในความคิด เอลฟ์พวกนี้มีเป้าหมายในการเดินทางมากกว่าจะเดินวนเป็นวงกลม

หลังจากผ่านไปอีกเกือบ 3 ชม. เอลฟ์ก็มาหยุดลงที่แนวป่าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

ตรงนั้นเป็นเขตรอยต่อของหมู่บ้านมนุษย์กับแนวด่านป้องกันของกองทัพมนุษย์แห่งหนึ่ง

กลุ่มเอลฟ์วางกำลังสำหรับเฝ้ามองไปที่ป้อมปราการ โครนจึงได้รู้ว่ากลุ่มนี้นั้นมีเป้าหมายในการ "สอดแนม"

อาทิตย์ลับไป และดวงจันทร์สอดส่อง

เอลฟ์เริ่มเคลื่อนไหว

โครนเห็นการเคลื่อนตัวของเอลฟ์ 3 คน ชาย 1 หญิง 2 ค่อยๆวิ่งลัดไปอย่างเงียบเชียบ ตัดไปยังแนวป้อมกำแพง ทิ้งให้เอลฟ์ที่ถือคฑากับเอลฟ์ชายอีกคนอยู่ที่เดิม อาจเตรียมสนับสนุน และป้องกันตัวเองไปด้วย

ปกติการสอดแนมแบบนี้ น่าจะเป็นการลอบไป "ขโมยของ" หรือ "ลอบสังหาร" ซึ่งเอลฟ์น่าจะต้องการอย่างแรกมากกว่า

เสียงดังขึ้นในแนวป้อมปราการ มีเสียงโวยวายของมนุษย์ และเอลฟ์ 3 คนก็เปิดเผยตัว วิ่งอย่างรวดเร็วกลับมาที่แนวชายป่า โดยมีทหารมนุษย์ตามมาเป็นสิบ 

นั่นน่าจะเรียกได้ว่า "ผิดแผน" ของเอลฟ์ พวกเอลฟ์น่าจะไม่ได้ต้องการให้เกิดการต่อสู้ที่เสียเปรียบนี้ขึ้น

และเมื่อเอลฟ์ทั้ง 3 วิ่งกลับมาถึงชายป่า นั่นคือวินาทีที่โครนต้องการ

เอลฟ์ถือคฑาเริ่มยกคฑาขึ้น พึมพำคำพูดหลายประโยค และแสงวาบก็ปรากฏขึ้นที่ปลายคฑา จังหวะเดียวกับที่เอลฟ์ทั้ง 3 กลับมารวมกลุ่ม

แสงสีเหลืองถูกยิงออกจากปลายคฑา พุ่งตรงไปเหมือนลูกศร กระแทกเข้าที่ทหารคนหน้าสุด แล้วเสียงระเบิดก็ดังขึ้น แรงปะทะส่งให้กลุ่มทหารกระเด็นไปคนละทิศละทาง

แล้วพวกเอลฟ์ทั้ง 5 ก็ถอนตัว ต่างวิ่งเต็มกำลังกลับไปยังทิศทางหมู่บ้านของตัวเอง โครนตัดสินใจวินาทีเดียว ก็ตามกลุ่มเอลฟ์ไปอย่างเงียบเชียบด้วยความเร็วที่พอกัน

หลังจากผ่านไปครึ่งค่อนคืน พวกเอลฟ์ก็ค่อยๆชะลอความเร็ว และไม่นานก็หยุดลง ตั้งแคมป์เล็กๆ พักผ่อน โครนรับรู้ได้ว่าพวกมนุษย์นั้นตามไม่ทันตั้งแต่ครึ่งชม.แรกของการไล่ล่า และน่าจะต้องเลือกว่าจะหลงป่า หรือกลับไปเตรียมตัวกันใหม่

โครนสังเกตุเห็นถึงความไม่พอใจของกลุ่มเอลฟ์ ไม่มีการเอาของสิ่งใดยกขึ้นมาตรวจสอบหรือสังเกตุได้ การลอบขโมยของน่าจะล้มเหลว

หลังจากพักกินดื่มกันมื้อเล็กๆ เอลฟ์ก็เดินทางต่อ

จากตรงนี้เหลือระยะทางอีกไม่มาก ก็จะเข้าเขตของหมู่บ้านเอลฟ์

โครนต้องเลือกระหว่าง เฝ้าสอดแนมต่อจนถึงหมู่บ้าน หรือทำอะไรบางอย่าง

โครนเลือกอย่างหลัง

ตอนนี้เป็นเวลาเกือบๆจะเที่ยงคืน เป็นคืนเดือนมืด

เอลฟ์มองเห็นในที่มืดได้ดี แต่โครนก็เช่นกัน

ก่อนนี้โครนพยายามประเมินกำลังของกลุ่มเอลฟ์ทั้ง 5 และพอได้เห็นการวิ่ง ความเร็ว และการเคลื่อนไหวร่างกาย โครนก็พอจะประเมินได้ว่า ถ้านับกันแค่กำลังในการต่อสู้ในระยะประชิด โครนน่าจะเหนือกว่าเอลฟ์ทุกคนในนั้น

แต่ 1 ต่อ 5 เป็นทางเลือกที่เสี่ยงไปหรือเปล่า

แถมโครนยังต้องการจับเป็น 1 ใน 5 นั้นด้วย

โครนตรวจสอบอาวุธ มีดทำครัวที่ยึดได้จากมนุษย์ชาวบ้าน 2 เล่ม คมพอที่จะปาดคอดับชีวิตเอลฟ์ชายทั้ง 2 ในการโจมตีแรก

แต่เอลฟ์สาวอีก 3 นั้นจะไหวตัวทัน และจะเลือกต่อสู้หรือหนี เสี่ยงไปที่จะปล่อยให้พวกเธอหนีรอดไปหมด

แผนที่ดีที่สุดเกิดขึ้นในหัว

"ยาพิษ"

โครนมีพิษของกบสายพันธุ์หนึ่งติดตัวมาด้วย มันแรงพอที่จะทำให้เป็นอัมพาตในระยะสั้นๆหากโดนมีดที่อาบยาพิษนั้นไว้

รวมกับผงที่สกัดได้จากเกสรของดอกไม้ที่ทำให้ระคายเคืองตา ถ้าปาไปถูกตำแหน่ง และมันกระจายได้พอดี ก็น่าจะทำให้เอลฟ์มองไม่เห็นได้อย่างน้อยก็หลายวินาที

ใช้เวลาคิดและเตรียมการไม่กี่วินาทีเท่านั้น

กลุ่มเอลฟ์เก็บของพร้อมเดินทางอีกครั้ง นั่นคือวินาทีที่โครนเคลื่อนไหว

เอลฟ์ 3 คนเดินออกไปด้านหน้า เอลฟ์อีก 2 คนลุกขึ้นและเริ่มเดินตาม โครนใช้ความเร็วสูงสุด ดีดตัวออกไปจากตำแหน่งด้านหลังของเอลฟ์ทั้ง 2

มันตวัดมีดในมืออย่างรวดเร็ว คมมีดกรีดต้นขากับเอวของเอลฟ์ชายหญิงทั้งคู่ทันที

เสียงร้องทำให้เอลฟ์อีก 3 คนหันกลับมา นั่นคือจังหวะที่โครนปาถุงบรรจุเกสรดอกไม้พิษลงที่เท้าของเอลฟ์ตรงหน้า มันกระจายฟุ้งออก และเอลฟ์ทั้ง 3 ก็เสียการทรงตัว

โครนพุ่งไปยังเอลฟ์ชายที่คู้ตัวแสบตาอยู่ มันแทงมัดเข้าไปที่กลางคอหอย เลือดเอลฟ์สีแดงสดทะลัก และศพเอลฟ์ชายก็ร่วงลงไปที่พื้น

โครนหันไปหาเอลฟ์ชายหญิง 2 คนแรกที่ถูกมีดฟันไปตอนแรก การเคลื่อนไหวสะดุด ยาชาออกฤทธิ์ดี

โครนพุ่งไปยังเอลฟ์สาวที่เป็นนักธนู อัดเธอเข้าที่ท้องอย่างแรก ร่างปลิวกระเด็นไปกระแทกต้นไม้ หมดสติทันที

แล้วก็พุ่งไปยังเอลฟ์ถือคฑาที่กำลังเริ่มร่ายบทพูดในลำคอ แต่ก็ช้ากว่าโครนที่กระแทกหมัดเข้าไปที่กลางท้องจนเธอจุก คู้ตัวลงที่พื้นและอาเจียนทันที

วินาทีถัดไปคือเอลฟ์ที่กำลังชาจนต้องคุกเข่าทั้งสอง

โครนพุ่งแค่ 3 ก้าวก็มาถึง มันแทงมีดเข้าที่ลำคอเอลฟ์ชายจนตายทันทีอย่างง่ายดาย

ส่วนเอลฟ์สาวที่ถูกอัดจนหมดสติไปเช่นกัน

เหยื่อเอลฟ์สาว 3 คน

โครนแสยะยิ้ม

น้ำลายเริ่มแตกฟอง

มันกำลังคิดถึงขั้นตอนต่อไป

...

(จบตอน)

Comments

Popular posts from this blog

05-เอลฟ์ทั้ง 3 ถูกพามาถึงถ้ำของออร์ค

01-โครน ออร์คหนุ่มผู้แตกต่าง

02-การเติบโตของฝูง